วิธีจัดทำแผนธุรกิจ

1.สู่ความสำเร็จในการเขียนแผนธุรกิจ SMEs
2.วิธีเขียนแผนธุรกิจ SMEs
3.การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของแผนธุรกิจ SMEs
4.การจัดการโครงสร้างองค์กรเพื่อธุรกิจ
5.การคัดเลือกบุคลากรคุณภาพ
6.การฝึกอบรมบุคลากรอย่างมีประสิทธิภาพ
7.ภาพรวมการบริหารร้านค้าSMEs
8.การวางแผนระบบบัญชีสำหรับธุรกิจSMEs
9.เทคโนโลยีการผลิตที่ผู้ประกอบการควรรู้
10.การควบคุมคุณภาพเบื้องต้นสำหรับผู้ประกอบการ
11.มาตรฐานและระบบคุณภาพสำหรับธุรกิจ SMEs
12.การคัดเลือกวัตถุดิบ
13.เทคโนโลยีสะอาดสำหรับธุรกิจ SMEs
14.บัญชี...เสริมกลยุทธ์ธุรกิจ SMEs ได้อย่างไร
15. แหล่งเงินทุนจากธนาคารพาณิชย์
16. แหล่งการเงินอื่นๆ สำหรับธุรกิจ SMEs
17.การจัดทำโครงการเพื่อขอเงินกู้สำหรับธุรกิจ SMEs
18.การประมาณการงบการเงินและความต้องการทางการเงิน
19.การบริหารความเสี่ยงภัยสำหรับธุรกิจ
20.การประมาณการงบกระแสเงินสด
21.การจัดซื้อและการบริหารสินค้าคงเหลือสำหรับธุรกิจ SMEs
22.การตรวจสอบฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานของธุรกิจ SMEs
23 การจัดหาเงินทุนของธุรกิจ SMEs
24.งบกระแสเงินสด
25.งบการเงินและงบดุล
26.การจัดหาเงินทุนโดยการก่อหนี้
27.การบัญชีและการบันทึกทางการเงิน
28.ข้อคิดเบื้องต้นของผู้ที่มีร้านค้า SMEs
29. การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางการตลาด 1
30. การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางการตลาด 2
31.การวิจัยการตลาดเพื่อความสำเร็จทางธุรกิจของ SMEs
32. การออกแบบผลิตภัณฑ์ 1
33. การออกแบบผลิตภัณฑ์ 2
34. การจัดทำบรรจุภัณฑ์ 1
35. การจัดทำบรรจุภัณฑ์ 2
36. การเก็บข้อมูลทางการตลาด
37. ความสำเร็จของ SMEs กับการโฆษณา
38.SMEs กับแนวความคิดทางการโฆษณา
39. smes กับการประชาสัมพันธ์เชิงรุก
40. SMEs กับการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์
41.การส่งเสริมการขาย 1
42.การส่งเสริมการขาย 2
43. การตั้งราคา1
44. การตั้งราคา 2
45.การหาช่องทางการตลาดสำหรับ SMEs 1
46.การหาช่องทางการตลาดสำหรับ SMEs 2
47.การสร้างตราสินค้า และภาพพจน์ของสินค้า
48.ปัจจัยต่างๆในการการสร้างแบรนด์ ของ SMEs
49. การสร้างเครือข่ายทางการตลาดด้านการผลิตและการดำเนินการ
50. การสร้างเครือข่ายทางการตลาดด้านการบริหารเครือข่าย
51. การทำตลาดร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ
52. การตลาดระหว่างประเทศ 1
53.การตลาดระหว่างประเทศ 2
54. การสร้างตลาดของสินค้าและบริการให้ประสบความสำเร็จ  ด้วยการสร้างภาพลักษณ์ที่เหมาะสมครบวงจร
55 ภาษาอังกฤษพื้นฐานเพื่อการส่งออก
56 การใช้คอมพิวเตอร์สำหรับธุรกิจ SMEs

เพิ่มเติม
.. การจัดทำบัญชีอย่างง่าย
.. รายชื่อสำนักงานบัญชีตัวแทนที่ได้รับอนุญาตจากกรมสรรพากร
(ณ วันที่ 20 เมษายน 2554)


อุปกรณ์เพื่อ SMEs


- 10 ข้อพึงระวังสำหรับแผนธุรกิจ


รวบรวมเป็นข้อมูลเอาไว้ สำหรับทำแผนธุรกิจ จากเว็บ SME

* * * * * * * * * * * * * * *

    ปัจจุบันแผนธุรกิจถือเป็นเอกสารสำคัญสำหรับผู้ประกอบการ ในการขอรับการสนับสนุนทางการเงินจากทางธนาคารหรือสถาบันการเงินรวมทั้งจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน แต่มักพบอยู่เสมอว่าแผนธุรกิจที่นำเสนอนั้นมีข้อบกพร่องหรือข้อผิดพลาดที่ส่งผลให้แผนธุรกิจเหล่านี้ถูกปฏิเสธหรือต้องกลับไปแก้ไข ซึ่งบางครั้งข้อบกพร่องหรือข้อผิดพลาดเหล่านี้เป็นเพียงรายละเอียดเพียงเล็กน้อยแต่กลับทำให้ผู้ประกอบการต้องเสียโอกาส หรือเสียเวลาในการจัดทำแผนธุรกิจใหม่อันเป็นการเสียโอกาสในทางธุรกิจไปอย่างน่าเสียดาย ดังนั้นผู้เขียนจึงได้รวบรวมข้อพึงระวังเกี่ยวกับการจัดทำแผนธุรกิจไว้พอสังเขปเพื่อเป็นแนวทางในการตรวจสอบว่า แผนธุรกิจที่จัดทำขึ้นและนำเสนอนั้นมีความสมบูรณ์พียงพอที่จะนำเสนอต่อธนาคารหรือสถาบันการเงิน รวมทั้งจากหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชนหรือไม่โดยมีข้อพึงระวัง 10 ข้อ ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากแผนธุรกิจที่ได้นำเสนอ หรือจากตัวผู้ประกอบการที่นำเสนอแผนธุรกิจนั้นโดยพอจะสรุปรายละเอียดของข้อพึงระวังไว้ดังนี้คือ


    1. อ่านแล้วไม่เข้าใจ หรือผู้เขียนเข้าใจอยู่คนเดียว ถือเป็นประเด็นที่พบกันอยู่ทั่วไปซึ่งมักจะเกิดขึ้นกับแผนธุรกิจที่ผู้ประกอบการเป็นผู้เขียนแผนธุรกิจเอง โดยสามารถแยกออกเป็น 2 กรณีคือ กรณีแรกมักพบจากแผนธุรกิจที่เป็นธุรกิจเฉพาะด้านหรือธุรกิจทางด้านวิทยาศาสตร์หรือเทคโนโลยี ตัวอย่างเช่น ด้าน Software ด้าน IT ด้าน Nano-technology หรือด้านเคมี เป็นต้น ซึ่งผู้เขียนที่เป็นผู้ประกอบธุรกิจส่วนใหญ่จะมีการใช้ศัพท์ทางเทคนิค หรือศัพท์ในวงการ หรือตัวย่อต่างๆมากมายซึ่งจะเป็นที่รู้กันเฉพาะคนในวงการหรือผู้อยู่ในธุรกิจเท่านั้น โดยเชื่อว่าจะเป็นการแสดงความน่าเชื่อถือว่าผู้ประกอบการมีความรู้จริงเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี ทำให้เมื่อเจ้าหน้าที่จากธนาคารหรือสถาบันการเงินซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นนักการเงินหรือเรียนมาทางสายบริหารธุรกิจ เมื่ออ่านเนื้อหาในแผนธุรกิจแล้วมักจะไม่สามารถเข้าใจในตัวผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้ว่าคืออะไร หรือมีประโยชน์อย่างไร ซึ่งจากข้อจำกัดดังกล่าวก่อให้เกิดความยุ่งยากในการสื่อสาร และสร้างความเข้าใจในตัวธุรกิจและรูปแบบดำเนินการ และมักเกิดประเด็นข้อสงสัยต่างๆ จนทำให้เกิดการปฏิเสธต่อผู้ประกอบการไปในที่สุด ดังนั้นพึงระลึกว่าแผนธุรกิจที่เป็นธุรกิจเฉพาะหรือธุรกิจทางด้านวิทยาศาสตร์หรือเทคโนโลยีหรืออาจรวมถึงธุรกิจอื่นใดก็ตาม ควรเขียนรายละเอียดต่างๆให้สามารถทำความเข้าใจได้ง่ายที่สุดแม้จะเป็นคนนอกวงการก็ตาม หรือถ้ามีความจำเป็นต้องใช้ศัพท์ทางเทคนิคหรือศัพท์ในวงการหรือตัวย่อต่างๆ ควรมีการอธิบายเกี่ยวกับความหมายของศัพท์หรือตัวย่อเหล่านั้นประกอบไว้ด้วยให้ชัดเจน กรณีที่สองจะเป็นประเด็นที่คล้ายคลึงกับกรณีแรกแต่เกิดจากการที่ผู้เขียนแผนธุรกิจ เขียนแผนขึ้นโดยใช้ความเข้าใจหรือจากการทำธุรกิจที่เป็นอยู่ของตนเองเป็นหลัก โดยคาดว่าผู้อ่านจะเข้าใจในสิ่งที่ตนเองเขียนขึ้น แต่พบว่าบ่อยครั้งสิ่งที่เขียนในแผนธุรกิจนั้นไม่สามารถสร้างความเข้าใจให้กับผู้อ่านแผนได้ เพราะสิ่งที่สำคัญสำหรับแผนธุรกิจก็คือ ผู้อ่านแผนต้องมีความเข้าใจในตัวธุรกิจอย่างถูกต้องภายหลังหลังที่ได้อ่านแผนธุรกิจแล้ว หรือรวมถึงความชัดเจนของสิ่งที่จะทำหรือดำเนินการว่าจะเป็นธุรกิจอะไรกันแน่ เช่น จะเป็นผู้ผลิตเอง จะเป็นการว่าจ้างผลิต จะเป็นการซื้อสินค้ามาขาย จะเป็นการให้บริการ หรือมีการผสมสานระหว่างการเป็นผู้ผลิตเองในขณะที่รับจ้างผลิตสินค้าให้ผู้อื่นด้วย เป็นต้น เพราะแต่ละธุรกิจจะมีลักษณะและรูปแบบในการดำเนินการที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นความชัดเจนของการดำเนินการและลักษณะของการทำธุรกิจเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องสื่อสารให้ผู้อ่านแผนเข้าใจได้อย่างถูกต้อง

    2. ขอเป็นความลับ ปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันมักพบจากแผนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของทรัพย์สินทางปัญญาหรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องด้านนวัตกรรม เนื่องจากผู้ประกอบการมักแจ้งว่า ทรัพย์สินทางปัญญาหรือนวัตกรรมที่ใช้ในการประดิษฐ์หรือผลิตสินค้าที่ตนเองเป็นผู้คิดค้นขึ้นนั้น จะถูกลอกเลียนถ้ามีการเปิดเผยข้อมูลออกไป ไม่ว่าจะเป็นจากคู่แข่งอื่นในตลาดหรือบริษัทยักษ์ใหญ่ หรือจากผู้รู้รายละเอียดซึ่งเป็นคนของธนาคารหรือสถาบันการเงินรวมถึงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยผู้ประกอบการเหล่านี้มักจะไม่ยอมจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาใดๆของตนเองไม่ว่าจะเป็น ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร ความลับทางการค้า เป็นต้น กับกรมทรัพย์สินทางปัญญาเนื่องจากเกรงว่าข้อมูลดังกล่าวจะเกิดการรั่วไหลไปสู่บุคคลภายนอก นอกจากนี้แม้แต่ในแผนธุรกิจเองก็ไม่ระบุถึงลักษณะและรายละเอียดต่างๆของทรัพย์สินทางปัญญาไว้ด้วยเหตุผลเดียวกัน ทำให้เมื่ออ่านแผนธุรกิจแล้วก็จะไม่มีรายละเอียดใดๆที่แสดงถึงรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาเหล่านี้ว่ามีลักษณะอย่างไร เพราะโดยข้อท็จจริงแล้วสิ่งนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญในการพิจารณาเกี่ยวกับตัวผลิตภัณฑ์และศักยภาพของธุรกิจ และเมื่อสอบถามถึงรายละเอียดจากผู้ประกอบการก็มักจะไม่บอกถึงรายละเอียดโดยบอกว่าเป็นความลับของธุรกิจ ทำให้ผู้อ่านแผนซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของธนาคารหรือสถาบันการเงิน ก็ไม่สามารถทำความเข้าใจหรือประเมินค่าของทรัพย์สินทางปัญญานี้ได้ รวมถึงไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าทรัพย์สินทางปัญญาที่ผู้ประกอบการกล่าวอ้างว่าคิดค้นขึ้นเอง หรือไม่มีอยู่ในตลาดนี้เป็นความจริงหรือไม่ รวมถึงจะเป็นการละเมิดของทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นที่ได้จดทะเบียนไว้หรือเปล่า ซึ่งท้ายที่สุดก็จะถูกปฏิเสธการให้การสนับสนุนไป และผู้ประกอบการเหล่านี้ก็มักจะตำหนิว่าธนาคารหรือสถาบันการเงินรวมถึงหน่วยงานของภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องของการไม่ให้การสนับสนุนแก่ผู้ประกอบการไทยที่มีนวัตกรรมหรือมีทรัพย์สินทางปัญญา โดยไม่พิจารณาถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากการไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลใดๆเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาของตนให้หน่วยงานเหล่านี้รับทราบ

    3. ให้ทำนะทำได้ แต่อย่าให้เขียนแผนธุรกิจ ถือเป็นข้ออ้างหรือถือเป็นข้อจำกัดส่วนใหญ่ของผู้ประกอบการในการจัดทำแผนธุรกิจ คือ บอกว่าตนเองไม่มีความสามารถในการเขียนแผนธุรกิจ แต่ตนเองมีความสามารถที่จะทำธุรกิจให้เติบโตและประสบความสำเร็จได้ (อาจมาจากไม่มีความสามารถในการเขียนแผนธุรกิจจริงๆ หรืออาจจะไม่อยากเสียเงินในการว่าจ้างบุคคลภายนอกเขียนให้) โดยถ้าเป็นในสมัยก่อนที่แผนธุรกิจยังไม่ถือเป็นเอกสารภาคบังคับในการขอรับการสนับสนุนทางการเงินจากทางธนาคารหรือสถาบันการเงินก็คงไม่เป็นไรนัก แต่ในปัจจุบันแผนธุรกิจถือเป็นเอกสารสำคัญ ที่ผู้ประกอบการต้องจัดทำขึ้นเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาเกี่ยวกับตัวธุรกิจและตัวผู้ประกอบการ ดังนั้นถ้าคิดว่าตนเองไม่มีความสามารถในการเขียนแผนธุรกิจก็สมควรว่าจ้างบุคคลภายนอกหรือมืออาชีพเป็นผู้ช่วยจัดทำแผนธุรกิจให้ ดีกว่าที่จะเขียนแผนธุรกิจแบบขอไปทีหรือไม่มีความสมบูรณ์เพียงพอมายังธนาคารหรือสถาบันการเงินเพราะจะถูกปฏิเสธได้โดยง่าย หรืออีกกรณีหนึ่งที่เกิดขึ้นและมักจะได้ยินบ่อยๆก็คือ คำพูดจากผู้ประกอบการในลักษณะ “เชื่อผมเถอะ ผมทำได้” เพราะปัจจุบันการให้เงินกู้จากธนาคารหรือสถาบันการเงินเกือบทั้งหมดล้วนแล้วแต่ต้องมีการจัดทำแผนธุรกิจประกอบทั้งสิ้น การยืนยันด้วยคำพูดลอยๆว่าตนเองมีความสามารถที่จะบริหารธุรกิจให้ประสบความสำเร็จนั้นไม่มีธนาคารหรือสถาบันการเงินใดที่จะยอมรับ หรืออาจจะพึงระลึกถึงคำพูดนักพนันไว้คือ “ถ้าแทงลม ก็จ่ายลม” หรือจะบอกอีกอย่างหนึ่งก็คือ “ถ้ากู้ด้วยคำพูด ก็จ่ายให้ด้วยคำพูดเช่นเดียวกัน”

    4. นักก๊อปปี้ บ่อยครั้งที่พบว่าแผนธุรกิจที่นำเสนอต่อธนาคารหรือสถาบันการเงิน จะเป็นการคัดลอกหรือการก๊อปปี้จากแผนธุรกิจรายอื่น ล้วนำมาแก้ไขในรายละเอียดบางอย่างเป็นธุรกิจของตัวเอง เช่น รายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลธุรกิจ หรือตัวเลขทางการเงิน เป็นต้น โดยแผนธุรกิจที่ใช้ในการคัดลอกหรือก๊อปปี้นี้อาจมาจากตัวอย่างแผนธุรกิจที่ใช้ในระดับอุดมศึกษา จากที่เผยแพร่ใน Website ของหน่วยงานต่างๆ เช่น ศูนย์ธุรกิจอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือจากสื่อบันทึกต่างๆ เช่น CD Rom ของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทยที่จัดทำขึ้นเผยแพร่ต่อผู้ประกอบการ เป็นต้น โดยการคัดลอกหรือการก๊อปปี้แผนนี้อาจเกิดจากการที่ผู้ประกอบการไม่มีเวลาที่จะจัดทำแผนธุรกิจขึ้นเอง หรือไม่ต้องการเสียค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างบุคคลภายนอกในการจัดทำ โดยเชื่อว่าแผนธุรกิจที่เผยแพร่จากหน่วยงานหรือสื่อบันทึกเหล่านี้เป็นแผนธุรกิจที่ดี สามารถที่จะใช้เขียนหรือคัดลอกเพื่อนำเสนอต่อธนาคารหรือสถาบันการเงินได้ โดยไม่ได้ทำความเข้าใจอย่างถูกต้องเกี่ยวกับเนื้อหาของแผนธุรกิจที่คัดลอกมา เนื่องจากในข้อเท็จจริงแล้วแต่ละธุรกิจจะมีข้อจำกัดหรือองค์ประกอบในการทำธุรกิจที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ รูปแบบธุรกิจ ทำเลที่ตั้ง สินค้าและบริการ เงินลงทุน หรือกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เป็นต้น ทำให้ในแต่ละธุรกิจจะมีลักษณะที่ไม่เหมือนกันหรือมีความแตกต่างกันออกไป แม้ว่าจะอยู่ในประเภทของธุรกิจเดียวกันก็ตาม ดังนั้นการก๊อปปี้แผนที่ไม่รู้ถึงที่มาที่ไปของธุรกิจจะทำให้ข้อมูลในแผนธุรกิจที่จัดทำขึ้นไม่เป็นที่น่าเชื่อถือและข้อมูลบางอย่างผิดเพี้ยนจากความเป็นจริงในธุรกิจ ตัวอย่างเช่น ในแผนธุรกิจที่ทำการคัดลอกมีการลงทุน 5 ล้านบาท สามารถมียอดขาย 5 แสนบาทต่อเดือน ดังนั้นธุรกิจของตนถ้ามีการลงทุน 1 ล้านบาท ก็ควรมียอดขายประมาณ 1 แสนบาทต่อเดือน เป็นต้น โดยอาจจะมีการแก้ไขตัวเลขต่างๆ โดยการหาร 5 เป็นต้น ซึ่งข้อมูลดังกล่าวอาจเป็นความจริงหรือไม่เป็นความจริงเลยทางธุรกิจก็เป็นได้ เพราะข้อจำกัดที่แตกต่างกันของแต่ละธุรกิจตามที่กล่าวมา (โดยจากประสบการณ์ของผู้เขียนแล้ว แผนธุรกิจที่เผยแพร่กันโดยทั่วไปมักอยู่ในระดับปานกลางหรือบางแผนก็อยู่ต่ำกว่ามาตรฐาน มีเพียงจำนวนน้อยมากที่อยู่ในระดับดี เนื่องจากแผนธุรกิจที่ดีหรือมีมาตรฐานจริงๆมักจะไม่มีการเปิดเผยสู่สาธารณะ เนื่องจากถือได้ว่าเป็นความลับของธุรกิจเพราะในแผนธุรกิจจะมีการระบุถึงกลยุทธ์ในการแข่งขันและการดำเนินการต่างๆในธุรกิจซึ่งถือเป็นข้อมูลสำคัญ ส่วนแผนธุรกิจที่เปิดเผยอยู่นั้นอาจเป็นแผนธุรกิจที่เขียนขึ้นโดยนักศึกษาเพื่อประกอบการเรียนการสอน ในระดับปริญญาตรีหรือปริญญาโท หรือเป็นแผนที่เขียนขึ้นในลักษณะของโครงร่างตัวอย่างเท่านั้น โดยมิได้ระบุถึงการวางแผนหรือหัวใจในการดำเนินการที่ถูกต้อง รวมถึงขนาดของแผนธุรกิจที่ยาวบ้างสั้นบ้าง ตามแต่ลักษณะหรือวัตถุประสงค์ของแผนธุรกิจที่จัดทำขึ้น) แต่มิใช่ว่าการคัดลอกหรือการก๊อปปี้แผนจะทำไม่ได้หรือมิใช่สิ่งดีเสมอไป เพราะอย่างน้อยก็ช่วยทุ่นระยะเวลาและค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ประกอบการในการจัดทำแผนธุรกิจได้ แต่สิ่งที่สำคัญก็คือควรเลือกแผนที่ธุรกิจที่ดูดีหรือพอจะมีมาตรฐานและใกล้เคียงกับธุรกิจของตนเอง อีกทั้งควรจะมีการ C&D คือ Copy and Development ด้วย อย่าเอาแต่ C&C คือ Copy and Copy แผนเพียงอย่างเดียว

    5. ทุกอย่างที่ทำ ล้วนเป็นตังค์ทั้งสิ้น ในแผนธุรกิจบางฉบับจะมีการกำหนดใช้กลยุทธ์ทางการตลาดเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับกิจกรรมทางการส่งเสริมการขาย ไม่ว่าจะเป็น การโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ผ่านสื่อต่างๆ เช่น นิตยสาร วิทยุ โทรทัศน์ หรือการทำ CRM IMC เป็นต้น โดยเชื่อว่าการระบุกลยุทธ์ต่างๆเหล่านี้จะเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือในเรื่องของการตลาด แต่ความเป็นจริงที่มักลืมนึกถึงไปคือ ทุกกิจกรรมหรือกลยุทธ์ต่างๆที่ระบุไว้นั้นล้วนแล้วแต่มีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงมากในการดำเนินการ ทำให้เมื่อตรวจสอบเทียบกับแผนการเงินแล้ว จะพบว่าโดยส่วนใหญ่มักจะไม่มีการกำหนดค่าใช้จ่ายเพื่อรองรับกิจกรรมหรือกลยุทธ์ที่กำหนดขึ้นเหล่านี้ ซึ่งจะเกิดคำถามตามมาอีกว่าที่ธุรกิจจะประสบความสำเร็จได้ตามรายละเอียดของแผนธุรกิจต้องใช้กลยุทธ์ต่างๆที่ระบุไว้ ในเมื่อไม่มีเงินมารองรับการดำเนินการธุรกิจก็ไม่น่าที่จะประสบความสำเร็จหรือเป็นไปตามแผนธุรกิจ ทำให้ถูกปฏิเสธหรือต้องกลับมาแก้ไขและส่งผลให้แผนธุรกิจที่จัดทำขึ้นไม่น่าเชื่อถือต่อธนาคารหรือสถาบันการเงินอีกด้วย (เคยปรากฏแผนธุรกิจที่ระบุกลยุทธ์การตลาดประมาณ 10 กลยุทธ์โดยถ้ารวมประมาณการค่าใช้จ่ายถ้าต้องทำกลยุทธ์ต่างๆจริง พบว่าต้องใช้เงินเฉพาะกับการดำเนินการดังกล่าวนี้มากกว่า 10 ล้านบาท ในขณะที่แผนธุรกิจดังกล่าวระบุวงเงินการลงทุนประมาณ 3 ล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายทางการตลาดเพียง 5 แสนบาทเท่านั้น)

    6. เจ้าโปรเจคท์ ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นจากตัวผู้ประกอบการ (ซึ่งโดยส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการใหม่) ที่มักจะมีความคิดเกี่ยวกับธุรกิจที่หลากหลายมากมาย มีโครงการที่จะผลิตสินค้าและผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิด โดยเสนอแผนธุรกิจเข้ามาเพื่อขอดำเนินการธุรกิจหรือผลิตภัณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ก็บอกว่าจะทำธุรกิจตัวอื่นควบคู่กันไปด้วยเนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกันหรือกลัวเสียโอกาสทางธุรกิจ หรืออาจจะแจ้งว่าจะดำเนินการธุรกิจตัวอื่นในอนาคตอันใกล้ เมื่อธนาคารหรือสถาบันการเงินพิจารณาแผนธุรกิจของผู้ประกอบการเจ้าโปรเจคท์เหล่านี้แล้ว ส่วนใหญ่มักจะปฏิเสธการสนับสนุน เนื่องจากเกรงว่าเงินกู้ที่ให้การสนับสนุนสำหรับธุรกิจหรือผลิตภัณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่งจะถูกดึงไปใช้ในธุรกิจหรือผลิตภัณฑ์ตัวอื่น หรือผู้ประกอบการไม่สามารถบริหารธุรกิจให้ไปตลอดรอดฝั่ง หรือไม่มีความสนใจในการดำเนินการอย่างต่อเนื่องในธุรกิจที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินให้กู้ เนื่องจากผู้ประกอบการต้องการหรือมีความประสงค์จะไปลงทุนหรือดำเนินธุรกิจตัวอื่นต่อ (จากประสบการณ์ของผู้เขียนผู้ประกอบการเหล่านี้ก็มักจะไม่ประสบความสำเร็จจริงตามที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินคิด โดยโปรเจคท์ก็ยังคงเป็นโปรเจคท์ต่อไป และมักบอกหรือบ่นว่าธนาคารหรือสถาบันการเงินไม่ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการใหม่)

    7. บอกไม่ครบ มักจะเกิดขึ้นเนื่องจากผู้ประกอบการหรือธุรกิจมีภาระหนี้หรือค่าใช้จ่ายที่อาจไม่สามารถระบุได้โดยตรง หรืออาจเกิดจากความเผลอเรอในการแสดงรายการเกี่ยวกับภาระหนี้หรือค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นไว้ในประมาณการทางการเงิน เช่น ค่าผ่อนชำระเงินกู้จากธนาคารอื่น (โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ภาระหนี้สินกับทางธนาคารหรือสถาบันการเงินอื่นนั้นไม่สามารถผ่อนชำระได้โดยปกติหรือขาดการผ่อนชำระ) โดยในแผนธุรกิจที่นำเสนอแสดงประมาณการเฉพาะโครงการหรือธุรกิจที่มาติดต่อกับธนาคารหรือสถาบันการเงินที่ติดต่อขอกู้เท่านั้น ทำให้เมื่อมีการตรวจสอบเกี่ยวกับภาระหนี้สินต่างๆของผู้ประกอบการหรือธุรกิจแล้วพบว่ามีค่าใช้จ่ายดังกล่าวอยู่ ก็จะกลายเป็นความไม่ไว้วางใจเกี่ยวกับการแสดงข้อมูลของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะถ้าเมื่อนำค่าใช้จ่ายดังกล่าวมารวมในการประมาณการทางการเงินในแผนธุรกิจแล้ว พบว่าโครงการมีผลขาดทุนหรือขาดกระแสเงินสดในการดำเนินการ ทางธนาคารหรือสถาบันการเงินก็มักจะปฏิเสธการให้เงินกู้ เนื่องจากแสดงว่าธุรกิจไม่สามารถดำเนินการได้ตามที่แจ้งหรืออาจเกิดจากการเกรงว่าธุรกิจจะนำเงินกู้ที่ได้ในธุรกิจที่เสนอ ไปใช้ชำระหนี้สินของธุรกิจหรือหนี้สินเดิมของผู้ประกอบการที่มีอยู่ นอกจากนี้ยังเป็นเรื่องของการแสดงถึงแผนการลงทุนในอนาคตภายในระยะเวลาตามวงเงินกู้ ซึ่งควรจะมีการแจ้งรายละเอียดให้ชัดเจนว่าจะมีการลงทุนเมื่อใด แต่อย่างไรก็ตามแผนการลงทุนในอนาคตที่เกิดขึ้นควรจะห่างจากระยะเวลาของโครงการที่เสนอพอสมควร หรือเป็นระยะเวลาที่ธุรกิจหรือโครงการที่นำเสนออยู่ในภาวะที่อยู่รอดหรือดำเนินการได้แล้ว เพราะมิฉะนั้นจะกลายเป็นลักษณะของเจ้าโปรเจคท์ไป

    8. เงินคือคำตอบ มักเป็นเรื่องของวัตถุประสงค์ในการขอกู้เงินในแผนธุรกิจ หรือความคิดของผู้ประกอบการที่ระบุว่าถ้าธุรกิจได้รับเงินกู้จากธนาคารหรือสถาบันการเงินตามที่เสนอแล้วปัญหาที่เกิดขึ้นของธุรกิจจะหมดไป ซึ่งเป็นปัญหาส่วนใหญ่ของธุรกิจที่ยื่นขอกู้เงินจากธนาคารหรือสถาบันการเงิน โดยมักจะบอกว่า “ขาดเงินทุนหมุนเวียน” ซึ่งอาจมาจาก ขายสินค้าไม่ได้ ไม่มีงบทางการตลาด หรือเหตุผลอะไรก็ตามแต่ แต่สรุปก็คือถ้าได้เงินกู้แล้วจะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งในข้อเท็จจริงแล้วปัญหาที่เกิดขึ้นของธุรกิจจะมาจากปัญหาด้านการบริหารจัดการเป็นส่วนใหญ่ เช่น ด้านบริหารจัดการจะเป็นเรื่องของประสิทธิภาพของบุคลากร ด้านการตลาดก็จะเป็นเรื่องของความสามารถทางการขายสินค้าของธุรกิจ ด้านการผลิตก็จะเป็นเรื่องของการควบคุมต้นทุนการผลิต หรือการควบคุมเกี่ยวกับการ Stock สินค้า ส่วนด้านการเงินจะเป็นเรื่องของการบริหารจัดการทางการเงิน เช่น การลงบัญชี หรือปัญหาในการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ เช่น นำเงินของธุรกิจไปใช้เป็นส่วนตัวของผู้ประกอบการ เป็นต้น ในกรณีที่ธุรกิจมีปัญหาเหล่านี้อยู่แม้ว่าจะได้เงินกู้ไปก็ตาม แต่ถ้าไม่สามารถระบุปัญหาที่แท้จริงของธุรกิจและกำหนดแนวทางแก้ไขและดำเนินการที่ถูกต้องไว้ ธุรกิจก็จะเกิดปัญหาอย่างเดียวกันขึ้นในอนาคต ซึ่งเมื่อธนาคารหรือสถาบันการเงินพิจารณาแผนธุรกิจแล้ว ก็มักจะปฏิเสธการให้กู้เนื่องจากเงินกู้ที่ให้ไปเป็นเพียงการยืดระยะเวลาการเกิดปัญหาของธุรกิจออกไปเท่านั้น

 

ดาวน์โหลดโปรแกรมลิขสิทธิ์จาก Amazon