รวบรวมเป็นข้อมูลเอาไว้ สำหรับทำแผนธุรกิจ จากเว็บ siaminfobiz
* * * * * * * * * * * * * * *

การเขียนแผนธุรกิจมีจุดประสงค์หลักเฉพาะเมื่อต้องการขอสินเชื่อกับทางธนาคารหรือสถาบันการเงินเท่านั้น โดยไม่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์อื่น แม้ว่าในข้อเท็จจริงแล้วเกือบทั้งหมดของแผนธุรกิจที่จัดทำขึ้นโดยผู้ประกอบการ ถูกใช้เพื่อเป็นเอกสารประกอบการขอวงเงินสินเชื่อแทบทั้งสิ้น แต่ถ้าในปัจจุบันถ้าลองสอบถามผู้ประกอบการเกี่ยวกับเหตุผลในเรื่องของทำไมถึงต้องการจัดทำแผนธุรกิจ ก็มักจะได้รับคำตอบว่า เพราะธนาคารให้ทำหรือให้เขียน มิฉะนั้นจะกู้เงินไม่ได้
ประเด็นดังกล่าวทำให้มีผู้ประกอบการบางรายที่ไม่เข้าใจถึงเหตุผลเกี่ยวกับการเขียนหรือการจัดทำแผนธุรกิจที่ถูกต้อง ไม่สามารถเขียนแผนธุรกิจที่ดีได้เพราะไม่ตระหนักถึงความสำคัญของการจัดทำแผนธุรกิจ โดยคิดเพียงแต่ว่าเป็นเพียงเอกสารที่ต้องมีประกอบการขอกู้เงินเช่นเดียวกับเอกสารอื่นๆเท่านั้น เช่น หนังสือรับรองบริษัท สำเนาบัตรประชาชน สำเนารายการทางการเงินจากทางธนาคารย้อนหลัง (Bank Statement)
เพื่อใช้ประกอบการศึกษาหรือการอบรม
เหตุผลหรือวัตถุประสงค์จะมาจากเรื่องที่ในปัจจุบันสถาบันการศึกษาเริ่มให้ความสำคัญและบรรจุเนื้อหาเกี่ยวการเขียนแผนธุรกิจ เป็นส่วนหนึ่งของวิชาเรียนสำหรับนักศึกษาด้านการบริหารธุรกิจ หรือภาควิชาที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ระดับอาชีวศึกษา ระดับปริญญาตรี และปริญญาโท โดยเฉพาะในส่วนระดับปริญญาโทบางมหาวิทยาลัย ที่กำหนดให้การเขียนแผนธุรกิจเป็นหัวข้อการเรียนเทียบเท่าหรือทดแทนการศึกษาค้นคว้าอิสระ (Independent Study)
ทำให้มีนักศึกษาบางคนคิดว่าการเลือกที่จะเขียนแผนธุรกิจ เพราะคิดว่าสามารถทำได้ง่ายกว่า เนื่องจากไม่เสียเวลาที่ต้องทำแบบสอบถาม หรือทำการวิจัย และอาจสามารถหาตัวอย่างต่างๆของแผนธุรกิจประเภทเดียวกันได้โดยง่าย ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดพลาดเป็นอย่างยิ่ง
นอกจากในส่วนสถาบันการศึกษาโดยทั่วไปแล้ว สำหรับผู้ประกอบการก็อาจต้องมีการจัดทำแผนธุรกิจ ในกรณีที่เข้าโครงการอบรมจากหน่วยงานของรัฐ เช่น ศูนย์บ่มเพาะ (Incubation Center) หรือโครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ (New Entrepreneur Creation – NEC) ที่ผู้ประกอบการต้องมีการนำเสนอแผนธุรกิจต่อทางโครงการหรือคณะกรรมการ โดยถือเป็นหัวข้อสุดท้ายในการผ่านหรือการจบหลักสูตร
แต่สิ่งที่พบสำหรับแผนธุรกิจที่มาจากนักศึกษา ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของลักษณะแผนที่นำเสนอหรือเขียนขึ้น จะไม่ใช่ลักษณะหรือมีองค์ประกอบที่ถูกต้องของแผนธุรกิจ แต่จะอยู่ในลักษณะของ แผนกลยุทธ์ (Strategic Plan) หรือแผนการตลาด (Marketing Plan) มากกว่าที่จะเป็นแผนธุรกิจ (Business Plan) และมักจะมีรายละเอียดของข้อมูลต่างๆของธุรกิจที่มีมากมายโดยไม่จำเป็น หรือไม่ใช่ข้อมูลสำคัญที่ต้องใช้สำหรับแผนธุรกิจ รวมถึงการที่ไม่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับต้นทุนในการดำเนินธุรกิจที่ถูกต้อง ทำให้รายละเอียดที่นำเสนอในแผนธุรกิจไม่เป็นความจริง
ถ้าเป็นในส่วนของผู้ประกอบการจากโครงการต่างๆ มักจะเป็นเรื่องของแผนธุรกิจที่นำเสนอ ส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปของการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ (Project Feasibility Study) ซึ่งกรณีนี้ส่วนใหญ่ข้อมูลการลงทุนจะไม่ค่อยผิดพลาดนัก เนื่องจากเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการคุ้นเคยหรือทราบรายละเอียดอยู่เดิม แต่มักจะขาดความชัดเจนด้านการดำเนินการทางการตลาด รวมทั้งการคำนวณเกี่ยวกับประมาณการทางการเงินที่ถูกต้อง และเมื่อทั้งนักศึกษาหรือผู้ประกอบการนำเสนอแผนธุรกิจในลักษณะดังกล่าวที่ได้จากการศึกษาหรือการอบรม กับธนาคารหรือสถาบันการเงินก็มักจะประสบปัญหาที่ต้องกลับมาแก้ไข หรือขาดรายละเอียดสำคัญไป เพราะเข้าใจว่าสิ่งที่ตนเองศึกษาหรือได้รับการอบรมมา เป็นแผนธุรกิจที่ถูกต้องเพียงพอและสามารถนำไปใช้ได้เลย ซึ่งผู้เขียนจะได้กล่าวถึงเรื่องของความแตกต่างของแผนหรือเอกสารแต่ละแบบ เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับแผนธุรกิจในโอกาสต่อไป
เพื่อการประกวดหรือการแข่งขัน
เหตุผลหรือวัตถุประสงค์จะมาจากเรื่องที่มีการเล็งเห็นถึงความสำคัญของการเขียนหรือการจัดทำแผนธุรกิจ โดยในปัจจุบันได้มีการจัดประกวดแข่งขันในการเขียนแผนธุรกิจ จากหน่วยงานต่างๆ ทั้งของภาครัฐและเอกชน รวมถึงการจัดประกวดแข่งขันการเขียนแผนธุรกิจภายในมหาวิทยาลัย โดยมีทั้งการแข่งขันการเขียนแผนธุรกิจที่เป็นภาษาไทย แผนธุรกิจที่เป็นภาษาอังกฤษ
ตัวอย่างเช่น โครงการประกวดแผนธุรกิจใหม่แห่งชาติ สำหรับนักศึกษาปริญญาโท โครงการ HSBC Young Entrepreneur Award ที่ประกวดเขียนแผนธุรกิจภาษาอังกฤษ ในระดับปริญญาตรี รวมถึงการประกวดแข่งขันแผนบางรายการ เช่น โครงการประกวดแผนการตลาด J-MAT Award เป็นต้น ซึ่งอาจมีลักษณะของการกำหนดตัวธุรกิจหรือไม่กำหนดธุรกิจในการเขียน แต่ส่วนใหญ่แล้วถ้าเป็นการประกวดหรือการแข่งขันแผนธุรกิจ ผู้จัดประกวดหรือแข่งขันมักจะให้ผู้เข้าประกวดเลือกธุรกิจที่จะเขียนหรือนำเสนอเอง ส่วนการประกวดแผนอื่นๆ เช่น แผนการตลาด
ผู้จัดมักจะมีโจทย์หรือมีข้อกำหนดมาก่อนเพื่อให้ผู้เข้าประกวดเขียนแผนนำเสนอ โดยส่วนใหญ่แล้วแผนธุรกิจสำหรับประกวดหรือเพื่อการแข่งขันนี้ มักมีข้อกำหนดในโครงร่าง หรือหัวข้อต่างๆ จากผู้จัดกำหนดไว้ก่อนแล้ว
แต่สิ่งที่พบในฐานะที่ผู้เขียนเป็นกรรมการพิจารณาในการประกวดแข่งขันแผนธุรกิจ มักจะอยู่ที่ผู้เข้าประกวดเลือกประเภทธุรกิจผิดประเภท หรือเลือกธุรกิจที่เกิดข้อเสียเปรียบ เมื่อจะเลือกที่จะใช้เขียนเพื่อการแข่งขัน หรือการขาด Business Model ที่เป็นศูนย์กลางของแผนธุรกิจไป รวมถึงการไม่เข้าใจวัตถุประสงค์หรือลักษณะของแผนธุรกิจที่ใช้ในการประกวดหรือการแข่งขัน ที่จะมีลักษณะขององค์ประกอบ หรือการนำเสนอแตกต่างจากแผนธุรกิจในวัตุประสงค์อื่นๆ
